หนึ่งในความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุดขององค์กรในยุค AI คือการตั้งคำถามผิดตั้งแต่ต้น หลายองค์กรถามว่า "ตำแหน่งไหนจะถูก AI แทน" ทั้งที่คำถามที่ควรถามจริงๆ คือ "งานไหนที่ไม่ควรให้คนทำอีกต่อไป"
AI ไม่ได้แทน "คน" แต่แทน "งาน"
ความจริงคือ AI ไม่ได้เข้ามาแทน "คน" แบบยกตำแหน่ง แต่มาแทน บางงานในตำแหน่งนั้น งานที่ซ้ำ งานที่ใช้เวลาเยอะ งานที่ต้องค้นหา สรุป หรือจัดเรียงข้อมูล คือพื้นที่ที่ AI ทำได้ดีกว่าคนอย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกัน งานที่ต้องตัดสินใจ เข้าใจบริบท สื่อสาร และรับผิดชอบผลลัพธ์ ยังต้องเป็นหน้าที่ของมนุษย์อยู่เสมอ
วิธีคิดแบบ Job Redesign
ถ้าองค์กรอยากใช้ AI ให้เกิดผลจริง ต้องเริ่มจากการ ออกแบบงานใหม่ (Job Redesign) วิธีคิดที่ถูกต้องคือมองงานหนึ่งงานเป็น "ชุดของกิจกรรม" ไม่ใช่ก้อนเดียว
ตัวอย่าง: งานของพนักงานการตลาด
- การวิเคราะห์ข้อมูล → AI ทำได้
- การคิดกลยุทธ์ → คนทำ
- การเขียนคอนเทนต์ → AI ช่วย Draft
- การประสานงาน → คนทำ
- การรายงานผล → AI ทำได้
ขั้นตอนการออกแบบงานใหม่
ขั้นตอนแรก: แยกงานออกมาเป็นกิจกรรมย่อยๆ แล้วถามว่า "กิจกรรมไหนทำซ้ำบ่อย ใช้เวลามาก และไม่ต้องใช้วิจารณญาณสูง"
ขั้นต่อมา: ออกแบบ workflow ใหม่ให้ชัดว่า AI ทำตรงไหน คนทำตรงไหน และใครเป็นคนรับผิดชอบผลลัพธ์สุดท้าย
ตัวอย่างจริงในองค์กร
ทีม Operations: ที่เคยให้คนรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อทำรายงาน สามารถให้ AI ทำหน้าที่ดึงข้อมูล สรุป และจัดรูปแบบรายงานอัตโนมัติ ขณะที่คนเปลี่ยนบทบาทไปเป็นผู้วิเคราะห์ผลลัพธ์และเสนอแนวทางแก้ไขแทน
ฝ่าย HR: AI สามารถช่วยจัดกลุ่มและสรุปข้อมูลผู้สมัครเบื้องต้นได้ แต่การตัดสินใจเลือกคนยังต้องเป็นของมนุษย์เต็มรูปแบบ
ข้อควรระวัง
สิ่งที่องค์กรต้องระวังคือการพยายาม "ยัด AI เข้าไปทุกจุด" โดยไม่ออกแบบงานใหม่ให้เหมาะสม เพราะจะทำให้คนรู้สึกว่างานถูกแย่ง แต่ความรับผิดชอบยังอยู่เท่าเดิม วิธีที่ถูกคือสื่อสารให้ชัดว่า AI ถูกนำมาใช้เพื่อลดงานที่ไม่จำเป็น ไม่ใช่ลดคุณค่าของคน
💡 AI ไม่ได้เปลี่ยนองค์กรด้วยการแทนคน แต่เปลี่ยนองค์กรด้วยการ ปลดปล่อยคนออกจากงานที่ไม่ควรใช้เวลาชีวิตกับมันอีกต่อไป